top of page

Actwise Newsroom: ปรากฏการณ์ "OpenClaw" ฟีเวอร์ เมื่อคนจีนแห่ต่อคิวให้ Tencent ลง AI ให้ฟรี ทลายกำแพงราคาหลักพัน!

Actwise Newsroom: ปรากฏการณ์ "OpenClaw" ฟีเวอร์ เมื่อคนจีนแห่ต่อคิวให้ Tencent ลง AI ให้ฟรี ทลายกำแพงราคาหลักพัน!

Actwise Newsroom: ปรากฏการณ์ "OpenClaw" ฟีเวอร์ เมื่อคนจีนแห่ต่อคิวให้ Tencent ลง AI ให้ฟรี ทลายกำแพงราคาหลักพัน!


สรุปเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการ AI ที่กำลังเป็นกระแสไวรัลในประเทศจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นทั้งมิติของเทคโนโลยี ธุรกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปครับ:

เกิดอะไรขึ้นที่หน้าตึก Tencent?


เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2026 บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ของ Tencent ในเมืองเซินเจิ้น เกิดปรากฏการณ์ที่มีผู้คนเกือบ 1,000 คนมายืนต่อคิวยาวเหยียด เพื่อรอรับบริการติดตั้งแอปพลิเคชัน AI ที่ชื่อว่า OpenClaw (หรือที่ชาวเน็ตจีนตั้งฉายาให้ว่า "กุ้งมังกร") แบบฟรีๆ จากทีมวิศวกรของ Tencent โควตาการติดตั้งถูกจองเต็มภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น


ทำไมต้องมาต่อคิวให้พนักงานลงโปรแกรมให้?


แม้ OpenClaw จะเป็นซอฟต์แวร์ Open-source ที่เปิดให้ใช้งานฟรี แต่กระบวนการติดตั้งนั้นมีความซับซ้อนและมีกำแพงทางเทคนิคที่สูงมากสำหรับคนทั่วไป ความยุ่งยากนี้ทำให้เกิดช่องว่างทางธุรกิจ โดยมีผู้เปิดรับจ้างติดตั้งโปรแกรมผ่านช่องทางออนไลน์ในราคาตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพันหยวน (ราวๆ 500 - 5,000 บาท)


การที่ Tencent ออกมาตั้งโต๊ะให้บริการติดตั้งและเซ็ตอัประบบให้ฟรี (Public welfare activity) จึงดึงดูดผู้คนจำนวนมหาศาลที่ไม่อยากเสียเงินค่าจ้างติดตั้งราคาแพง


ใครคือกลุ่มคนที่มาต่อคิว?


ภาพที่น่าทึ่งคือฝูงชนที่มาต่อคิวไม่ได้มีแค่นักพัฒนาโปรแกรม (Developers) แต่มีความหลากหลายทางอายุและอาชีพอย่างมาก มีตั้งแต่นักเรียนชั้นประถม, แม่บ้าน, ไปจนถึงวิศวกรการบินและอวกาศที่เกษียณอายุแล้ววัย 70 ปี ที่ไม่เคยเขียนโค้ดเลยแม้แต่บรรทัดเดียว นอกจากนี้ ยังมีผู้สูงอายุหลายคนที่มายืนต่อคิวเพื่อนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาติดตั้ง AI ให้กับลูกหลานของตนเองอีกด้วย


OpenClaw คืออะไร ทำไมถึงเป็นที่ต้องการขนาดนี้?


OpenClaw คือ AI Agent อัจฉริยะที่พัฒนาโดย Peter Steinberger (ซึ่งล่าสุดเขาเพิ่งถูก OpenAI ซื้อตัวไปร่วมทีมพัฒนา AI Agent รุ่นถัดไป) ความแตกต่างของ OpenClaw คือมันไม่ได้เป็นแค่ "แชทบอท" ที่คอยตอบคำถาม แต่มันคือ "ผู้ช่วยที่ลงมือทำแทนเราได้จริง" (Autonomous Agent) มันสามารถรับคำสั่งผ่านแอปแชท (เช่น WhatsApp, Telegram, QQ) แล้วเข้าไปจัดการอีเมล, ควบคุมปฏิทินงาน, ค้นหาข้อมูล, หรือแม้กระทั่งมีผู้ใช้งานนำไปใช้ส่งการ์ดอวยพรวันตรุษจีนให้คน 600 คนได้สำเร็จภายในเวลาแค่ 4 นาที


เบื้องหลังเกมธุรกิจ (Business Impact) ของ Big Tech


ในมุมมองทางธุรกิจ การให้บริการติดตั้งฟรีของ Tencent ไม่ใช่แค่การทำเพื่อสังคม แต่เป็นกลยุทธ์ที่แยบยลในการดึงดูดลูกค้า (User Acquisition)


* ขาย Cloud Server: การจะให้ OpenClaw ทำงานเป็นผู้ช่วยส่วนตัวได้ตลอด 24 ชั่วโมงนั้น จำเป็นต้องรันบนคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ เมื่อ Tencent ช่วยติดตั้งให้ ผู้ใช้เหล่านั้นก็จะกลายมาเป็นลูกค้าเช่าเซิร์ฟเวอร์ Tencent Cloud (Lighthouse) ไปโดยปริยาย (ค่าบริการเริ่มต้นราว 99 หยวนต่อปี)


* Token Black Hole: บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในจีน (Tencent, Alibaba, ByteDance) ลงทุนมหาศาลกับชิปประมวลผล AI แต่ที่ผ่านมาการใช้งานของคนทั่วไปยังน้อยเกินกว่าจะคุ้มทุน OpenClaw ที่ต้องทำงานตลอดเวลา จึงเปรียบเสมือน "หลุมดำ" ที่ช่วยผลาญพลังงานประมวลผล (Computing Power) ที่ล้นตลาด ให้กลายเป็นรายได้และ Cash flow ที่จับต้องได้จริง

ความเสี่ยงที่ตามมา (Security & Privacy)


อย่างไรก็ตาม การอนุญาตให้ AI มีสิทธิ์เข้าถึงคอมพิวเตอร์และข้อมูลส่วนตัวในระดับลึกย่อมมาพร้อมความเสี่ยง ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยตรวจพบว่า มีอินสแตนซ์ของ OpenClaw ที่ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะโดยไม่ตั้งใจมากกว่า 230,000 รายการทั่วโลก ซึ่งกว่า 87,800 รายการเสี่ยงต่อการทำข้อมูลรั่วไหล และอีกกว่า 43,000 รายการมีข้อมูลระบุตัวตนบุคคล (PII) หลุดออกไป


การเดินหมากครั้งนี้ของ Tencent จึงเป็นการเพิ่มฐานแฟนและผู้ใช้งาน ในขณะเดียวกันก็ทำให้เห็นว่าในยุคสมัยใหม่ การที่จะใช้ชีวิตในวัยเกษียณนั้นก็ยากขึ้น และความสามรถที่ปรับตัวได้ไว ก็ดูจะมีชนชาตินี้ ที่ดึงเทคโนโลยีนี้เข้าสู่ชีวิตประจำวันได้แบบเหมือนเป็นชีวิตปกติของพวกเขา

#Actwise #OpenClaw #Tencent #AIAgent #ข่าวAI #BusinessStrategy #TechForGood #DigitalInclusion #ธุรกิจเทคโนโลยี


Comments


bottom of page